ย้อนกลับไปเมื่อปีตุลาคม 2005 ที่เราเริ่มคบกัน
ตอนนี้มกราคม 2012 ใกล้จะคบรอบ 7 ปีแห่งตัวเลขอาถรรพ์แล้ว
หากไม่ได้แต่งงานกันไปซะก่อน ตามความเชื่อของคนทั่วไป
แต่หงีคงไม่เชื่อ และแนนเองก็ไม่ได้เชื่อ แค่แอบหวั่นใจ
อีกไม่กี่เดือนเราสองคนก็จะจบปริญญาโทกัน
สิ่งที่แนนขอหงีก่อนอายุจะ 30 ปีคือ เราแต่งงานกันได้ไหม
(ตอนขอเป็นแฟนก็เป็นแนนที่พูด ตอนขอแต่งงานก็ยังคงเป็นแนน)
แต่ความจริงที่พบคือหงีเองยังไม่พร้อมเลยสักนิด
ซึ่งเป็นสิ่งที่แนนเองก็ไปจัดการอะไรเลยก็ไม่ได้ด้วย
ไม่เถียงว่าแอบอิจฉาเพื่อนๆที่ทะยอยแต่งงานกันไปหลายคนแล้ว
บางคนมีลูก บางคนทุกข์ บางคนสุข
แต่สุดท้าย แนนก็อยากจะมี step ชีวิตที่ Basicบ้าง
เริ่มจากหน้าที่การงานมั่นคง เงินเดือนเลี้ยงตัวเองได้
มีรถเป็นของตัวเอง มีบ้านเป็นของตัวเอง
ให้พ่อแม่ได้อยู่ จากนั้นก็แต่งงาน มีบ้านของเราเอง มีครอบครัวของเราเอง
แต่...จากวันนี้ที่คุยกัน แนนเองก็ยังไม่มั่นใจในตัวหงีอยู่ดี
แถมยังได้ยินจากปากหงีเองอีกกว่า
หากเป็นอย่างงี้ หงีไม่พร้อมแบบนี้
แนนไปหาคนอื่นที่ดีกว่า เมื่อเราเรียนจบโท
เราก็แยกย้ายกันดีกว่าซึ่งแนนก็ตกลง หากจบโท
แล้วหงีไปคุยกับที่บ้าน ที่บ้านก็ยังไม่ให้แต่ง
เพราะหงีฐานะการเงินยังมั่นคงพอ
แถมหงีก็เลือกที่จะตามความฝันของตัวเอง
ไม่อยากทำงานที่บ้าน อยากไปเริ่มงานข้างนอก
ขอโทษนะที่จะขอตัดสินว่า
มาเริ่มตอนนี้สำหรับหงีคงไม่มีปัญหาอะไร
แต่สำหรับเรื่องของเรามันสายมากไปแล้วนะ
ถ้าหงีอยากอยู่ด้วยกันจริงๆ หงีควรจะมองความเป็นจริง
แต่หากละทิ้งความฝันไม่ได้ แนนเองก็ทำใจ
เพราะมันไม่มีทางทำได้ตามเป้าที่แนนตั้งไว้
คือ แนนไม่ต้องการแต่งงานตอนอายุ 30
ช่วงนี้พูดเรื่องแต่งงานบ่อยเพราะเห็นว่าสมควรถึงเวลา
เราอยู่ด้วยกันมานานในระดับแฟน มันควรจะมีพัฒนาการ
ไปได้มากกว่านี้แล้ว แต่นี่มันยังไม่เห็นความเป็นไปได้
ทั้งเสียใจ เสียดาย จริงๆ
รักมากนะ แต่ความรักของแนนต้องไม่ย้ำอยู่กับที่
และที่แนนพยายามสร้างทุกอย่าง ทำทุกวันนี้ก็เพื่อ
ตัวแนนเองและ ชีวิตของเราสองคน หงีก็ลองไปทบทวนดูหล่ะกัน
ปัจจัยคำว่าครอบครัว แนนสร้างคนเดียวไม่ได้หรอก