ที่มา Brand หรู

posted on 09 Jan 2008 21:01 by morethansay

มาดูสิว่าใครเป็นสาวก Brand name อะไรบ้าง

เอาหล่ะนะ เริ่ม.............

 

 


BCBG Max Azria
Max Azria พื้นเพเป็นคน Tunisia เขาใช้ชื่อ BCBG เพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์จากความหรูแบบยุโรปเป็นแบบเทรนดี้สไตล์อเมริกัน

Victoria’s Secret
เริ่มประวัติศาสตร์บิกินี่ที่มีชื่อเสียงก้องโลกนี้ตั้งแต่ปี 1977 ที่ San Francisco โดยอดีตมหาบัณฑิต ม.แสตนฟอร์ด Roy Raymond

Goyard
Edme Goyard มีชื่อเสียงในการผลิตหีบเดินทางใน Paris ตั้งแต่ปี 1853 หรือ 154 ปีที่แล้ว (ก่อน Louis Vuitton 1 ปี) ผลิตภัณฑ์จาก Canvas ที่เพนท์ด้วยมือทุกชิ้นนี้ได้รับความนิยมมากในสังคมชั้นสูง ลูกค้าที่สำคัญของร้านนี้ ได้แก่ เชื้อพระวงศ์จากยุโรป ดาราฮอลลีวูด และบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งทั่วโลกมีแค่ไม่กี่สาขาเท่านั้น คือ ปารีส ฮ่องกง นิวยอร์ก แอลเอ และซานฟรานซิสโก (โดย San Francisco เป็นสาขาเดียวในโลกที่เป็น Freestanding Boutique จากปารีส)

Simayof
เป็นธุรกิจครอบครัวของ :-)idia Simayof ที่ผลิตเครื่องประดับในซานฟราน ก่อนจะให้ลูกหลานขยายไปอีก 4 สาขา ทั้งใน San Francisco และ Las Vegas

Samsonite
ชื่อนี้มาตัวย่อจากนามสกุลของ Jess Shwayder ผู้ผลิตกระเป๋าเดินทาง Samson ในปี 1910 ณ เมือง Denver รัฐ Colorado ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Samsonite ในปี 1966 (ใครเห็นกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ที่ Alexander McQueen ออกแบบให้ คงถูกใจไม่เบา)

Louis Vuitton
Louis Vuitton มีชื่อเสียงจากการทำหีบเดินทางตั้งแต่ปี 1854 เริ่มต้นด้วยการเดินทางออกจากบ้านท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ในยุโรปตอนอายุ 14 ปี จากนั้นก็มีลูกหลานตระกูลวิตตองสืบทอดเจตนารมณ์ต่อจนกลายเป็น Brand Name ระดับโลก ปัจจุบันดีไซเนอร์ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์หลุยส์คือ Marc Jacobs อดีตบัณฑิตเกียรตินิยมเหรียญทองของโรงเรียนแฟชั่นชื่อดังแห่งนิวยอร์ก (Parsons School of Design)

* Louis Vuitton RTW Fall/Winter Collection 2007 by Marc Jacobs

LV สาขานี้ชื่อ Maison Union Square ซึ่งเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาตะวันตก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปอเมริกาเหนือ รองจาก 5th Avenue, New York ส่วนร้านถัดกันไปคือ Salvatore Ferragamo ดีไซเนอร์อิตาเลี่ยนผู้มีชื่อเสียงในการผลิตรองเท้าตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

Neiman Marcus
ห้าง upscale คู่แข่งสำคัญของ Saks Fifth ซึ่งชื่อ Neiman Marcus นี้มาจากสองผู้ก่อตั้งคือ Herbert Marcus และ A. L. Neiman (น้องเขย) ในปี 1907 ที่ Dallas, Texas

Gucci
Guccio Gucci เปิดร้านแห่งแรกของตัวเองที่เมือง Florence ประเทศ Italy ในปี 1906 ล่าสุดหลังจาก Tom Ford ลาออกไปทำ Estee Lauder และแบรนด์ของตัวเอง ดีไซเนอร์คนปัจจุบันของ House of Gucci คือ Alessandra Facchinetti และ Frida Giannini


Jessica McClintock
Jessica McClintock เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เธอจบตรีจาก Boston University และจบโทจาก Academy of Arts University San Francisco นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านชุดแต่งงานแล้ว สาว(ไทย)รุ่นเดอะจะชอบน้ำหอมยี่ห้อนี่เป็นพิเศษ

Christian Dior
เกิดที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส (ถ้าใครศึกษาประวัติศาสตร์สงครามโลก คงคุ้นๆ กับหาด Normandy บ้างนะครับ) ดีไซเนอร์ของ CD คนปัจจุบันคือ John Galliano เจ้าของรางวัล British Designer of the Year ในปี 1987, 1994, 1955 และ 1997

Yves Saint-Laurent
Yves Saint-Laurent เกิดที่ประเทศฝรั่งเศส เคยทำงานให้ Christian Dior ตั้งแต่อายุ 17 ปี แต่พอ Dior เสียชีวิต Yves ก็เก็บเงินและเปิดร้านเป็นของตัวเองชื่อ YSL

Chanel
“The ONLY brand that I can die for” แหม๋ ก็ถ้าพูดถึงแฟชั่น ก็ไม่มีใครแรงเท่าชาแนลอีกแล้วครับ ยิ่งได้ Karl Lagerfeld มาเป็นดีไซเนอร์ให้ คุณป้า Coco Chanel คงนอนตายตาหลับแน่ๆ (ส่วน Coco-Nut Dance ก็นอนตาหลับฝันหวานถึงนาย เอ้ย! นางแบบชาแนลต่อไป ... อิอิ)

Marc Jacobs
นอกจากจะเป็น Creative Director ให้กับ Louis Vuitton แล้ว อดีตบัณฑิตเกียรตินิยมเหรียญทองจาก Parson School of Design คนนี้ยังมีแบรนด์ของตัวเองอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนในวงการถึงยกตำแหน่ง King of Fashion ให้กับ Marc

Guess
โดย 4 พี่น้อง (ชายล้วน) เกิดที่ไนจีเรีย แต่ไปโตที่ฝรั่งเศส ได้แก่ Georges, Armand, Paul และ Maurice Marciano ได้ย้ายมาตั้งรกรากที่อเมริกาตั้งแต่ปี 1977 ก่อนที่จะเริ่มผลิตแบรนด์ของตัวเองภายใต้ชื่อ Guess ที่มีชื่อเสียงและมีนางแบบชื่อก้องโลกเป็นพรีเซนเตอร์ให้มากมาย

Swatch
ร้านขายนาฬิกา swatch จาก swiss

bebe
Chairman ชื่อ Manny Mashouf เป็นชาวอิหร่าน จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์จาก San Francisco State University และเปิดร้านแรกของเขาในซานฟรานนี่เอง

Emporio Armani
ของ Giorgio Armani ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลี่ยน ร้านนี้เน้นไปทางกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมีระดับ

Bottega Veneta
กระเป๋าสาน Classic จาก Venice, Italy ยี่ห้อนี้ที่เมืองไทยมีสาขาอยู่ที่สวนจตุจักร เอ้ย! Siam Paragon

Juicy Couture
แบรนด์นี้เป็นที่นิยมของวัยรุ่นอเมริกันมาก จุดเริ่มต้นมาจาก Gela Nash-Taylor และ Pamela Skaist-Levy ที่เมือง Pacoima รัฐ California โดยบริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของคือ Liz Claiborne ยี่ห้อที่ป้าๆ คงคุ้นหูกันดี

Hermes
แอร์เมสเป็นธุรกิจครอบครัวเริ่มต้นในปี 1836 โดย Thierry Hermes จนกลายมาเป็นแบรนด์ที่หรูที่สุดในโลก สินค้าที่เป็นที่นิยมได้แก่ ผ้าพันคอ (ซึ่ง Queen Elizabeth II โปรดมาก) และถ้าพูดถึงกระเป๋าเบอร์กิ้นที่ไฮโซเมืองไทยชอบพาย ก็ต้องมาสั่งจองที่ Hermes นี่ล่ะ สนนราคาก็ซื้อรถได้เกือบคันพอดี

Kenneth Cole
Kenneth Cole เป็นดีไซเนอร์ที่มี connection มากคนหนึ่งในนิวยอร์ก เขาเกิดที่ Brooklyn แต่ไปเรียนจบปริญญาจาก Emory University เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย

Coach
ไม่น่าเชื่อว่าจากจุดเริ่มต้นธุรกิจในครอบครัวของ Bonnie Cashin จาก Manhattan, New York ในปี 1941 จะกลายเป็นกระเป๋าที่สาวอเมริกันแทบจะมีกันทุกคน

ต่อจากนี้ไม่ขอเอารูปลงแล้วนะ

เยอะมากกกกกกกกก Brandname พวกนี้น่าจะพอนึกหน้าตาคุ้นหูกันบ้าง

สามารถไปเดินชมได้ที่พารากอน เซนทรัลเวิร์ล หรือเอ็มโพเรียม

เอาหล่ะ มาดูกันต่อ.... ฮึ่บ

Kate Spade
เกิดที่ Kansas City รัฐ Missouri ไปเรียนหนังสือที่ Arizona State University และมาแจ้งเกิดในวงการดีไซเนอร์ที่ New York หลังจากได้รางวัล America's New Fashion Talent in Accessories ในปี 1996

Banana Republic
พูดถึงยี่ห้อกล้วยสาธารณะนี่แล้ว ก็อดนึกถึงศัพท์เทคนิควิชารัฐศาสตร์ที่เรียกรัฐ Banana Republic ไม่ได้  สำหรับแบรนด์นี่มีมาตั้งแต่ปี 1978 ก่อนที่ Gap Inc. จะมาซื้อไปในปี 1983 โดยมี San Francisco เป็น Headquarters และสาขานี้เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (จากทั้งหมดประมาณ 500 สาขา)

Shreve & Co.
ในสมัยยุคตื่นทองของแคลิฟอร์เนีย ที่คนจากภาคอื่นๆ อพยพเข้าไปหวังจะขุดทองในฝั่งตะวันตก สองพี่น้องตระกูล Shreve ชื่อ George และ Samuel ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ย้ายจากนิวยอร์กมาเริ่มธุรกิจเครื่องประดับที่ซานฟราน ร้านนี้เพิ่งจะฉลองครบรอบ 155 ปีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านนี่เอง มีนาฬิกาและเครื่องประดับยี่ห้อดังๆ ขายเกือบทุกแบรนด์

Cartier
สงสัยกิจการจะดี ก็เลยย้ายจากฝั่งตรงข้ามมาเปิดที่ตึกใหญ่กว่าที่นี่ Cartier มีจุดกำเนิดจาก Louis-Francois Cartier ในปี 1847 และลูกหลานในตระกูลก็มาทำต่อจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก Cartier ใช้ศิลปะชั้นสูงในการประดิษฐ์สินค้าที่มีคุณภาพด้วยความประณีต ซึ่งส่วนหนึ่งของคำว่า C art ier ก็มาจากคำว่า art ที่สะกดอยู่ตรงกลางนั่นเอง

Prada
ร้านนี้ก็กำลังจะเปิดใหม่เหมือนกัน (ย้ายมาจาก O’Farrell Street) หลายคนคงเคยได้ดูหนังเรื่อง The devil wears Prada มาแล้วนะครับ Prada มีชื่อเสียงจาก Mario Prada ในมิลาน อิตาลี ตั้งแต่ปี 1913

Burberry
ลายสก็อตฉบับผู้ดีอังกฤษนี้ มีมาตั้งแต่ปี 1856 โดย Thomas Burberry ดีไซเนอร์คนปัจจุบันคือ Christopher Bailey เจ้าของตำแหน่ง British Designer of the Year ในปี 2005 จบปริญญาตรีจาก University of Westminster จบโทจาก Royal College of Art และดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก University of Westminster

Bulgari
หรือ BVLGARI ตามชื่อสะกดแบบโรมัน โดย Sotirios Vulgaris ในปี 1884 ผู้ซึ่งย้ายจากกรีกไปทำอาชีพเครื่องประดับต่อที่กรุงโรม อิตาลี ส่วนน้ำหอมยี่ห้อนี้เพิ่งมาเริ่มทำในปี 1990s

Lacoste
ตราจระเข้จากฝรั่งเศสนี้มาจากชื่อ Rene Lacoste เจ้าของรางวัล US Open Championship ในปี 1927 ที่เริ่มทำธุรกิจเสื้อผ้าหลังจากที่เขาเลิกเล่นเทนนิสแล้ว

Barney’s New York
ถ้าใครไปช็อปปิ้งที่ Manhattan แล้วไม่ได้แวะ Barneys นี่คงไม่ใช่ Hi-So ของจริง (ฮา) Barneys เป็นห้างหรูคู่แข่ง Saks Fifth และ Niemen Marcus มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ New York City ก่อตั้งในปี 1923 โดย Barney Pressman ด้วยทุนจากการเอาแหวนหมั้นของแฟนไปจำนำ สำหรับสาขาซานฟรานเพิ่งเปิดได้ไม่นานมานี่เอง

Crate & Barrel
ในอเมริกาถ้าพูดถึงของตกแต่งบ้านแล้ว Crate & Barrel ดูเหมือนจะเป็นที่รู้จักของกลุ่มข้าวใหม่ปลามันมากๆ ตอนเปิดแรกๆ ที่ Chicago ในปี 1962 ใช้ชื่อ Barrel and Crate แต่ต่อมาเพื่อนของ Michael Otto เจ้าของ Otto GmbH (บริษัทออร์เดอร์สินค้าทางไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) บอกว่าสลับเป็น Crate & Barrel ฟังดูลื่นหูกว่า

United Colors of Benetton
แบรนด์จาก Italy โดย Luciano Benetton ในปี 1955 เริ่มธุรกิจตั้งแต่อายุ 20 ด้วยการขายจักรยานของน้องชายเพื่อซื้อเครื่องถักมือสานมาทำร้าน

Armani Exchange
หรือที่รู้จักกันในนาม AIX ซับแบรนด์ของ Giorgio Armani ที่เน้นราคาวัยรุ่นซื้อได้ วัยผู้ใหญ่ใส่ดี

Apple
เปิดตัวสาขาแรกในอเมริกาที่เมือง Tysons Conner รัฐ Virginia และเมือง Glendale รัฐ California ในปี 2001 ก่อนที่จะขยายสาขาออกไปมากมายทั้งในอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ แคนาดา และอิตาลี่ และเร็วๆ นี้มีแพลนจะเปิดอีกที่ในออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และเม็กซิโก ส่วนข่าวล่ามีมาว่าจะเปิดในอินเดียอีกด้วย สำหรับ Apple สาขาซานฟรานร้านนี้ตอนเปิดตัว iPhone ใหม่ๆ มีคนมากางเต้นท์นอนต่อแถวรอซื้อตั้งแต่ตอนกลางคืน

Virgin Megastore
สำหรับสาวบริสุทธิ์ เอ้ย! คนรักเสียงเพลงต้องรู้จักร้านนี้แน่นอน Virgin Megastores เป็นบรรษัทข้ามชาติของ Richard Branson แห่งมหานครลอนดอน ร้านแรกของเขาเปิดที่ Oxford Street และ Tottenham Court Road ในปี 1971

Abercrombie & Fitch ยี่ห้อโปรดของหนุ่มสาวชาวอเมริกัน ชื่อ A&F เริ่มในปี 1892 โดย David Abercrombie เปิดร้านเสื้อผ้าใน Manhattan, New York และลูกค้าขาประจำที่เป็นทนายความชื่อ Ezra Fitch มาร่วมครองรัก เอ้ย! ร่วมกิจการจนขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นอกจาก A&F แล้ว บริษัทในเครือนี้ยังมี Hollister Co. ที่ออกแนวแคลิฟอร์เนียนสำหรับกลุ่มอายุ 14-18 ปี RUEHL No.925 ที่เน้นลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 22-35 ปี และ Abercrombie Kids สำหรับเด็ก 7-14 ขวบ


Forever 21
สาวกเกาหลีทั้งหลายคงไม่พลาดยี่ห้อนี้แน่นอน เพราะเป็นที่นิยมในหมู่สาววัยรุ่น(และวัยแก่ที่อยากอยู่ยกคงกระพันดูสวยใสเหมือนวัย 21 ตลอดกาลนาน)มาก Forever 21 เริ่มในปี 1984 ที่แอลเอ โดยสองสามีภรรยาเชื้อชาติกิมจิครับ

Gap
ถ้าอยากอุดหนุนสาวฉันทนาสินค้า Made in Thailand ก็ต้องมาที่ร้านนี้ (หลังๆ นี่ Made in China มาแรงกว่าครับ) ร้านนี้เพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อไม่นานมานี่เอง หน้าร้านจะมีคนมาต่อแถวรอเป็นประจำ


Anthropologies
ถ้าใครได้อ่านหนึงสือ Bobos in Paradise: The New Upper Class And How They Got There ของ David Brooks คงจะไม่พลาดแวะ shopping ที่ร้านนี้ ซึ่ง Anthropologie อยู่ในเครือเดียวกับร้าน Urban Outfitters แต่จะทำ high end กว่า


นอกจาก 2 ร้านที่เล่าไปแล้วยังมีร้าน Puma สำหรับคนชอบตราราชสีห์ หรือรองเท้า Aldo แบรนด์จากแคนาดาที่คนใส่กันทั่วโลกอีก

Sephora
มี 518 สาขาใน 16 ประเทศทั่วโลก โดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโกนี่เอง ใครอยากได้น้ำหอม เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่นี่มีเกือบครบทุกนี่ห้อ

Urban Outfitters
เล่าให้ฟังไปบ้างแล้วใน Anthropologies สำหรับ Urban Outfitters นี้แต่ก่อนชื่อ The Free People’s Store ที่ Philadelphia, Pennsylvania ในปี 1970 ตอนนี้มี 140 สาขาทั่วโลก ได้แก่ อเมริกา แคนาดา ไอร์แลนด์ เดนมาร์ค สวีเดน และอังกฤษ เสื้อผ้าและของที่ขายในร้านนี้สไตล์เด็กแนว

FCUK
หรือ French Connection UK ในปี 1969

H&M
ย่อมาจาก Hennes & Mauritz AB แบรนด์จากสวีเดนที่มีกว่า 1500 สาขาใน 28 ประเทศ เสื้อผ้าราคาประหยัดและดีไซด์ถูกใจวัยรุ่นวัยเดอะก็ต้องร้านนี้ ดีไซเนอร์ดังๆ หลายคนที่เคยออกแบบให้ H&M ได้แก่ Karl Lagerfeld (เยอรมัน) แห่ง Chanel และ Fendi Stella McCartney (อังกฤษ) แห่ง Chloe’ Gucci และแบรนด์ของตัวเอง Viktor & Rolf (เนเธอร์แลนด์) Madonna (อเมริกัน) Roberto Cavalli (อิตาเลี่ยน) และ Kylie Minogue (ออสซี่)


Roxy
โดย Quiksilver, Inc. บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านผลิตกระดานโต้คลื่นจาก Huntington Beach, California ยี่ห้อนี้นอกจากในอเมริกาแล้ว ยัง popular มากใน Australia และ New Zealand

 

ที่มา : คุณ Coconut Dance ณ บอร์ดพันทิพย์ | สุดยอดมากๆค่ะ

 

 

edit @ 9 Jan 2008 21:52:11 by Ngee + Naan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot!

#1 By Ngee + Naan on 2008-01-09 21:48

มีเกือบครบเลยครับ
แต่ขาด เวอร์ซาเช่ ไปได้ไงหว่า

#2 By palermos on 2008-01-10 15:13

แบรน ที่ผมแตะไม่ได้- -

#3 By My Playground on 2008-01-10 15:42

ดีๆๆทั้งนั้นเลย แต่ไม่มีปัยญาซื้อ อิอิอิอิ

#4 By Flyaway by Minee on 2008-01-10 17:16

ใครอ่านชื่อออกหมดก็เก่งละครับ sad smile

แวะเข้าไป pantip โต๊ะเครื่องแป้งนี่ มึนไปเลยเค้าคุยไรกัน

#5 By book on 2008-01-10 18:21

sad smile
อิอิ อยากได้ แต่ไม่มีตังค์
รอ sale โลด 555+
อ่านจนตาลาย
แต่มิมีปัญญาซื้อซักแบรนด์ 555+

#7 By Yamalee on 2008-01-10 22:39

โห นับถือในความพยายามแปะรูป + หาเรื่องมาเล่า

เพิ่งรู้ที่มาที่ไปของหลายๆยี่ห้อนะเนี่ย

#8 By chinjung on 2008-01-11 10:48

สวยจัง

#9 By นานา (117.47.91.180) on 2008-01-12 12:56

confused smile

#10 By vbv (222.123.171.254) on 2008-01-15 16:17